การรักษาพยาบาลนักเรียนต่างชาติในสหราชอาณาจักร (NHS)

National Health Service หรือเรียกสั้นๆ ว่า NHS เป็นระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติสำหรับพลเมืองในอังกฤษ โดยระบบ NHS เกิดจากการช่วยเหลือของรัฐบาลต่อทหารหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดชีวิต ในปี 1948 รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศนโยบายให้บริการรักษาพยาบาลฟรีแก่คนอังกฤษทุกคนอย่างถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนตาย โดยใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นักเรียนที่ประสงค์จะเดินทางไปพำนักอาศัย หรือศึกษาในสหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะถูกบรรจุเข้าในระบบการดูแลสุขภาพที่เรียกว่า NHS ในฐานะพลเมืองของสหราชอาณาจักร การรักษาพยาบาลนักเรียนต่างชาติในสหราชอาณาจักรจะต้องชำระค่าบริการ Immigration Health Surcharge เพื่อจะสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลภายใต้ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ได้ในกรณีเจ็บป่วย โดยค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมจะอยู่ที่ 300 ปอนด์ต่อปีสำหรับนักเรียน ซึ่งต้องชำระในขณะดำเนินการยื่นคำร้องขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องชำระค่า IHS ล่วงหน้าตามระยะเวลาของวีซ่าที่จะได้รับ หรือตามระยะเวลาเรียน

นักเรียนที่ชำระ IHS แล้วจะสามารถใช้บริการระบบประกันสุขภาพแห่งชาติได้เช่นเดียวกับผู้มีถิ่นพำนักถาวร ตลอดระยะเวลาของวีซ่า จำนวนเงินที่เรียกเก็บเพื่อเป็นค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมจะนำเข้ากองทุนสำหรับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHS)

เคล็ดลับสุขภาพ 5 ข้อ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนต่ออังกฤษ

1. ลงทะเบียนกับ GP ท้องถิ่น

GP หรือ General Practitioner คือ บุคลการทางการแพทย์ เมื่อนักเรียนเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษแล้วจะต้องลงทะเบียน GP ใกล้กับที่พัก หรือสถาบันการศึกษาที่เรียน ซึ่งเมื่อเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉิน นักเรียนจะเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคหอบหืด โรคเบาหวาน หรือโรคลมชัก การลงทะเบียนกับ GP ที่อยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาน่าจะสะดวกที่สุด และแพทย์ที่ทำงานที่นั่นมีประสบการณ์ด้านความต้องการด้านสุขภาพของนักเรียน

การค้นหา GP ในพื้นที่ได้ที่นี่ เพียงกรอกรหัสไปรษณีย์เท่านั้น

บริการด้านสุขภาพอื่นๆ

  • ศูนย์สุขภาพของมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์, แพทย์กีฬา, นักบำบัดจิตแพทย์ที่ปรึกษา, และนักกายภาพบำบัด
  • หากมีปัญหาในการรับการนัดหมาย สามารถขอคำแนะนำ และการสนับสนุน จากเภสัชกรในพื้นที่ได้ตลอดเวลา หากไม่เจอเภสัชกรที่เคาน์เตอร์ร้านขายยา สามารถถามคนที่เคาน์เตอร์ เพื่อขอพูดคุยกับเภสัชกรได้
  • หากไม่สบายหรือต้องการการรักษาพยาบาลอื่นๆ เมื่ออยู่ที่บ้าน หรือไม่ได้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่ลงทะเบียน GP ไว้ สามารถติดต่อ GP ที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอการรักษาได้ โดยสามารถรับการรักษาฉุกเฉินได้ 14 วัน หลังจากนั้นจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้อยู่อาศัยชั่วคราว หรือผู้ป่วยประจำ
  • นอกจากนี้ สามารถรับการรักษาเร่งด่วนของ NHS ซึ่งสามารถให้การรักษาผู้บาดเจ็บเล็กน้อย หรือความเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น โดนมีดบาด, บาดแผลฟกช้ำ และผื่นคัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนและนัดหมายล่วงหน้า

2. ลงทะเบียนกับทันตแพทย์

ปัญหาทางทันตกรรมไม่สามารถจัดการได้โดยแพทย์ทั่วไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องลงทะเบียนกับทันตแพทย์ท้องถิ่นด้วย

การรักษาบางอย่างนั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้จะอยู่ภายใต้ NHS นักเรียนสามารถขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ รวมถึงใบสั่งยา และการดูแลด้านทันตกรรม

การรับบริการทันตกรรมฟรีของ NHS ขึ้นอยู่กับการรักษา บางบริการทันตกรรมอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งการชำระเงินจะเป็นการจ่ายเพียงครั้งเดียวต่อโรค ถึงแม้ว่าจะต้องไปพบทันตแพทย์มากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้การรักษาเสร็จสิ้น หากถูกส่งต่อไปยังทันตแพทย์คนอื่นเพื่อทำการรักษา อาจจะมีค่าใช้จ่ายครั้งที่สองได้ การรักษาเพียงเล็กน้อยบางอย่างนั้นฟรี

สามารถค้นหาทันตแพทย์ของ NHS ได้ที่นี่ เพียงกรอกรหัสไปรษณีย์เท่านั้น

3. ตรวจสอบการฉีดวัคซีน

  • การฉีดวัคซีน MenACWY (โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ)

ตอนนี้นักเรียนจะได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นประจำ วัคซีนนี้จะป้องกัน 4 สาเหตุที่แตกต่างกันของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะโลหิตเป็นพิษ ได้แก่ ไข้กาฬหลังแอ่น (สำหรับผู้ชาย) เชื้อโรค A, C, W และ Y  แทนที่วัคซีน Hib/ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ C

นักเรียนที่อายุ 17 และ 18 ปีที่เรียนชั้นปีที่ 13 ในโรงเรียน และนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 ที่อายุไม่เกิน 25 ปี มีสิทธิ์ได้รับโปรแกรมการฉีดวัคซีน NHS โดย GP จะส่งจดหมายเชิญโดยอัตโนมัติ เมื่ออายุถึงกำหนดเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่ถ้าเป็นนักศึกษาที่มามหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเป็นครั้งแรก ให้ติดต่อ GP ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อขอรับวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ให้เสร็จสิ้นก่อนเริ่มปีการศึกษา เพราะนักศึกษากลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษในช่วงสัปดาห์แรกของภาคเรียน เมื่อมีโอกาสได้ติดต่อกับผู้คนใหม่ๆ

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูม (MMR)

มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยยัง แนะนำให้นักเรียนได้รับวัคซีนป้องกันโรคคางทูมก่อนเริ่มการศึกษา วัคซีนป้องกันโรค (หัด, คางทูม, และหัดเยอรมัน) เป็นส่วนหนึ่งของวัคซีนที่ทุกคนจะต้อองได้รับในวัยเด็กเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หมายถึงคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่เติบโตในอังกฤษจะได้รับวัคซีน 2 ครั้งในวัยเด็ก หากไม่แน่ใจว่าได้รับการฉีดวัคซีน MMR 2 ครั้งแล้วหรือไม่ ให้ติดต่อ GP สำหรับการฉีดวัคซีนกระตุ้น

  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ควรจะรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี หากเป็นโรคหอบหืดและรับประทานสเตียรอยด์แบบสูดดม และถ้ามีเงื่อนไขระยะยาวที่รุนแรง เช่น โรคไต

4. ป้องกันการคุมกำเนิด

แม้ว่าจะไม่ได้วางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ ก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม การคุมกำเนิดโดยยา และถุงยางอนามัยนั้น ฟรีสำหรับทุกคน สามารถขอรับได้จาก GP ไม่ว่าจะเป็นคลินิกที่ลงทะเบียนไว้ หรือคลินิกการวางแผนครอบครัว

ค้นหาคลินิกบริการสุขภาพทางเพศได้ ที่นี่

5. พักผ่อนให้เพียงพอและกินอาหารเพื่อสุขภาพ

เพิ่มโอกาสในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการดูแลตัวเอง ถึงแม้หลังเลิกเรียนในช่วงหัวค่ำของนักศึกษาจะไม่นิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ  แต่การนอนหลับให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่ดีจะทำให้มีโอกาสที่จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น จะทำให้รู้สึกมีพลังมากขึ้น และพร้อมที่จะรับมือกับการเรียนและการสอบ

จำไว้ว่า:

  • กินผักและผลไม้วันละ5 ส่วน
  • ซื้อขนมปังโฮลวีตและพาสต้าโฮลวีต แทนแบบสีขาว
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารจานด่วน และอาหารที่ซื้อกลับบ้าน

การรับประทานอาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย และมักจะถูกกว่าอาหารแบบซื้อกลับบ้าน ใช้เวลาในการปรุงอาหารง่ายๆ แทนการรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้ออาหารสำเร็จรูป ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น One You Easy Meals บน App Store และ Google Play เป็นการสอนวีธีการทำอาหารแบบง่ายๆ

เบี้ยเลี้ยงสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ

ในฐานะนักเรียนระดับอุดมศึกษาที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ สามารถสมัครขอรับเบี้ยเลี้ยง สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ (DSA – Disabled Students’ Allowance) หากมี:

  • ความพิการ
  • ภาวะสุขภาพในระยะยาว
  • ภาวะสุขภาพจิต
  • ปัญหาการเรียนรู้เฉพาะบุคคล เช่น ภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษา (Dyslexia)

การสนับสนุนที่จะได้รับนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล และไม่ใช่รายได้

สิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ คือการดูแลสุขภาพ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ที่ต้องไปเรียนต่อประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศบ้านเกิด เมื่อเกิดการเจ็บป่วย หรืออื่นๆ การดูแลรักษาอาจจะไม่เหมือนกับในบ้านเกิด จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลการดูแลรักษาสุขภาพ และค่าใช้จ่ายๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง ประเทศอังกฤษเป็นประเทศหนึ่ง ที่มีโปรแกรมการรักษาพยาบาลนักเรียนต่างชาติในสหราชอาณาจักร (NHS) เพื่อให้นักเรียนอุ่นใจเมื่อไปเรียนต่ออังกฤษ

เรียนต่ออังกฤษกับ We Go Abroad
📲 Add Line: @wegoabroad หรือคลิก http://bit.ly/2JNl3p7
📞 Call center. 02-0960871, 086-3064102
🌐 www.wegoabroad.com

SHARE